ข่าวสาร

ข่าวสาร

รอบ 16 ปี! เมนดี้ทาบสถิติเช็คเฝ้าเสาเชลซี

นายด่านชาวเซเนกัลกลายนายประตูคนแรกของสิงห์บลู ที่เก็บคลีนจากการลงเฝ้าเสาในพรีเมียร์ลีก 2 เกมแรก นับตั้งแต่ ปีเตอร์ เช็ค ที่ทำได้ในปี 2004

เอดูอาร์ เมนดี้ กลายเป็นผู้รักษาประตูเชลซีคนแรกที่เก็บคลีนชีต จากการลงเฝ้าเสาในเกมพรีเมียร์ลีก 2 นัดแรกกับสโมสร นับตั้งแต่ที่ ปีเตอร์ เช็ค ทำได้ในปี 2004

มือกาววัย 28 ประเดิมสนามกับสิงห์บลู ในเกมเปิดบ้านถล่มเซาแธมป์ตัน 4-0 ก่อนล่าสุดจะโชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมบุกเจ๊าแมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 และได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมทช์ ในเกมนี้

นายด่านชาวเซเนกัลจึงกลายเป็นโกลเชลซีคนแรกในรอบ 16 ปี ที่ไม่เสียประตูจากการลงเฝ้าเสา 2 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก 

โดยคนล่าสุดที่ทำได้คือ ปีเตอร์ เช็ค ที่ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาฝ่ายเทคนิคของสิงห์บลู แต่ถูกใส่ชื่ออยู่ในทีมชุดทำศึกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ด้วย

ข่าวสโมสรฟุตบอลเชลซี

แลมพาร์ดลั่นต้องชนะ! เชลซีปรับแนวรุก “พูลิซิช” นำซัดบุกถิ่นคราสโนดาร์

 “สิงห์บลูส์” เสมอมา 3 เกมติดทุกรายการแล้ว เกมนี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด อาจปรับเกมรุกหลังเพิ่งบดกับ แมนฯยูไนเต็ด ในเกมลีกมา คริสเตียน พูลิซิช นำทัพล่าตาข่าย ในเกมบุกไปเยือน คราสโนดาร์ ทีมจากรัสเซีย ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี นัดสอง คืนวันพุธที่ 28 ตุลาคม นี้ 

ปรีวิว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม อี (นัดสอง)
คราสโนดาร์ (รัสเซีย) – เชลซี (อังกฤษ)
วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา : 00.55 น.
สนาม : สตาดิโอ เอฟเค คราสโนดาร์

สภาพทีมโดยทั่วไป คราสโนดาร์ 

    มูรัด มูซาเยฟ เทรนเนอร์คราสโนดาร์ พาทีมเสมอแรนส์ 1-1 ในนัดแรก ก่อนแพ้สปาร์ตัก มอสโก 1-3 ในเกมลีกล่าสุด 

    ความพร้อมเกมนี้ มูซาเยฟ เจอปัญหาเยอะทีเดียวเมื่อไม่มีทั้ง เรมี่ กาแบลล่า และ เยฟเกนี่ มาร์คอฟ ที่ติดโควิด 

    ส่วน วันแดร์ซอน, วิคเตอร์ เคลสเซ่น, รุสลัน คัมโบลอฟ, อเล็กซานเดอร์ เชอร์คินอฟ, เซอร์เก เปตรอฟ และ ดมิทรี สต็อตสกี้ ต่างมีอาการบาดเจ็บรบกวนทั้งหมด  

    แต่แกนหลักประจำทีมรายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซานเดอร์ มาร์ติโนวิช กัปตันทีม, ตอนนี่ วิลเฮน่า, ยูริ กาซินสกี้, คริสเตียน รามิเรซ และ มาร์คุส เบิร์ก ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม  

เชลซี    

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์เชลซี พาทีมเสมอเซบีย่า 0-0 ในนัดแรก ก่อนเจ๊าแมนฯ ยูไนเต็ด แบบโนสกอร์อีกที ในเกมลีกล่าสุดเป็นการเสมอ 3 นัดติด และไม่ชนะมา 3 เกมแล้ว
    
    สภาพทีมเกมนี้ “น้าแลมพ์ส” จะไม่มี เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ประตูสแปนิช ที่เจ็บไหล่ต้องพักยาว ทำให้ วิลล่า กาบาเยโร่ ขยับขึ้นมาเป็นมือ 2 แทนเหมือนเดิม 

    นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่การจัดทัพเชื่อว่าน่าจะมีการเปลี่ยนบ้างเพื่อเปิดโอกาสให้พวกที่เป็นสำรองในเกมก่อนอย่าง มาเตโอ โควาซิช, ฮาคิม ซิเย็ค, เมสัน เมาน์ท และ แทมมี่ อบราฮัม ได้สลับมาออกสตาร์ตบ้าง 

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม    

    คราสโนดาร์ (4-2-3-1) : มัตเว ซาโฟนอฟ – อิกอร์ สโมลนิคอฟ, คาโย่, อเล็กซานเดอร์ มาร์ติโนวิช, เยฟเกนี่ เชอร์นอฟ – ตอนนี่ วิลเฮน่า, ยูริ กาซินสกี้ – มาโกเม็ด-ชาปิ ซูเลย์มานอฟ, เลออน ซาบัว, คริสเตียน รามิเรซ – มาร์คุส เบิร์ก 

    เทรนเนอร์ : มูรัด มูซาเยฟ 

    เชลซี (4-2-3-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช – ฮาคิม ซิเย็ค, เมสัน เมาน์ท, คริสเตียน พูลิซิช – แทมมี่ อบราฮัม  

    เทรนเนอร์ : แฟร้งค์ แลมพาร์ด     

    ผู้ตัดสิน : อาลี ปาลาบิยิค (ตุรกี) 

สถิติการพบกันที่ผ่านมา
– ไม่เคยพบกัน –

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
คราสโนดาร์

24/10/20    แพ้ สปาร์ตัก มอสโก 1-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
21/10/20    เสมอ แรนส์ 1-1 (เยือน) ยูฟ่า ชปล.
17/10/20    ชนะ รูบิน คาซาน 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/10/20    แพ้ ดินาโม มอสโก 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
01/10/20    ชนะ พีเอโอเค 2-1 (เยือน) ยูฟ่า ชปล.

เชลซี
24/10/20    เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/10/20    เสมอ เซบีย่า 0-0 (เหย้า) ยูฟ่า ชปล.
17/10/20    เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
03/10/20    ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
30/09/20    เสมอ สเปอร์ส 1-1 (เยือน) คาราบาว คัพ

สุขไม่เต็ม!แวร์เนอร์รับแฮปปี้50%เสมอเซาธ์แฮมป์ตัน

ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกตัวเก่ง เชลซี เปิดใจแฮปปี้แค่ครึ่งเดียวเพราะถึงยิงได้ 2 ประตูในเกมลีกเมืองผู้ดีก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วต้นสังกัดเก็บได้แค่ 1 แต้มเท่านั้น  พร้องชี้ทีมเสียประตูเยอะไป และหากไม่แก้ไขจุดนี้โอกาสในการลุ้นแชมป์อาจเลือนลาง 

    ติโม แวร์เนอร์  กองหน้าชาวเยอรมันของเชลซี ยอมรับตนมีความสุขเพียงแค่ 50 เปอร์เซนต์ เพราะถึงจะยิงประตูในการเล่นเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ก็ตาม แต่สุดท้ายทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” ทำได้เพียงแค่เสมอ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน 3-3 เท่านั้น 

หัวหอกเลือดด๊อยท์ช ซัด 2 ประตูในแมตช์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนสำคัญได้ โดย แวร์เนอร์ ยอมรับว่าแม้ตนจะมีความสุขที่ซัดประตูในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถยิ้มได้เต็มที่เพราะทีมไม่ได้รับชัยชนะในเกมนี้

    “ครึ่งแรกเราทำผลงานได้ดีมากๆ แต่ เซาธ์แฮมป์ตัน พยายามกดดันเราอย่างหนัก และขึ้นมาไล่กดดันสูงใส่เรา เราทำให้พวกเขามีโอกาสมากมาย แน่นอนว่าผมมีความสุขที่ยิงประตูได้ แต่ผมอยากชนะในเกมนี้ ฉะนั้น 50 เปอร์เซนต์ผมแฮปปี้ ส่วนอีก 50 เปอร์เซนต์ผมผิดหวัง”

    “ผมไม่รู้ว่าเรามีปัญหาอะไร แต่ 3 เกมที่ผ่านมาเราเสียไปถึง 6 ประตู และมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการโดยเฉพาะกับการแข่งขันเพื่อลุ้นคว้าแชมป์ ใน เยอรมนี เราพูดกันตลอดว่าเกมรับจะช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ ถ้าเราเสียประตูเยอะแบบนี้มันยากที่จะคว้าชัยชนะ และลุ้นคว้าแชมป์” แวร์เนอร์ ระบุ

ข่าวสโมสรฟุตบอลเชลซี

ไม่ดีแล้ว! “แลมพาร์ด” เป็นห่วงเกมรับเชลซีหลังเจ๊าเซาธ์ฯ

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ออกอาการกังวลกับผลงานเกมรับอันย่ำแย่ต่อเนื่องของทีม หลังล่าสุดเปิดบ้านเจ๊า เซาธ์แฮมป์ตัน 3-3 แต่ซูฮก “นักบุญ” สู้ได้ยอดเยี่ยมมากๆ 

     แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี ยอมรับว่า ตนไม่เข้าใจว่าทำไม “สิงห์บลูส์” ถึงมีผลงานเกมรับที่ย่ำแย่และยังคงเสียประตูง่ายดาย หลังทำได้แค่เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-3 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     เชลซี ทำท่าว่าจะเก็บชัยชนะได้อย่างง่ายดาย หลังขึ้นนำ 2-0 จากการเหมาคนเดียวของ ติโม แวร์เนอร์ นาทีที่ 15 และ 28 ทว่าช่วงท้ายครึ่งแรกในนาทีที่ 43 เซาธ์แฮมป์ตัน ตีไข่แตกได้จาก แดนนี่ อิงส์      ครึ่งหลังนาทีที่ 57 ทีมเยือนตามตีเสมอเป็น 2-2 ได้ จาก เช อดัมส์ ซึ่งมาจากความผิดพลาดของ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตู เชลซี ที่ออกมาตัดบอลพลาด กระนั้นแค่ 2 นาทีต่อมา “สิงห์บลูส์” ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 3-2 จากการยิงของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ซึ่งสามแต้มกำลังจะตกเป็นของ เชลซี อยู่แล้ว แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ “นักบุญ” ตามตีเสมอ 3-3 ได้จากผลงานของ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ที่สะกิดเปลี่ยนทางบอลลูกยิงของ ธีโอ วัลค็อตต์ เข้าไป จบเกม เชลซี ทำสองแต้มหลุดมืออย่างน่าเสียดาย 

     “เราเห็นประตูเกิดขึ้นเยอะมากในลีกแห่งนี้ ซึ่งในฐานะผู้จัดการทีมแล้ว ไม่มีใครแฮปปี้หรอก และผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม บางทีมันอาจจะเป็นเพราะเรามีเวลาซ้อมตรงจุดนี้ไม่มากพอในช่วงปรี-ซีซั่น แต่ก็แน่นอนว่า เราจำเป็นต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น” นายใหญ่ เชลซี ระบุ 

     อย่างไรก็ตาม แลมพาร์ด ยอมรับว่า เซาธ์แฮมป์ตัน เป็นทีมที่ดี และสู้กับ เชลซี ได้ยอดเยี่ยมมากๆ ในเกมนี้ “จริงๆ แล้วนี่คือเกมที่เราเล่นได้ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ แต่ เซาธ์แฮมป์ตัน เป็นทีมที่ดีมาก พวกเขากดดันใส่เราได้ดียามที่ไม่ได้ครองบอล พวกเขากดดันใส่เราอย่างหนักได้ทำประตูแรกได้”

ดีลล่ม! เชลซีชวดปล่อย 3 แข้งยืมตัวก่อนปิดเส้นตาย

ทีมสิงโตน้ำเงินครามไม่ได้ปล่อยนักเตะสามรายออกจากทีมด้วยสัญญายืมตัวตามแผน ทำให้การเจรจาทั้งหมดล่มลงกลางคัน และอาจมีปัญหาผู้เล่นมากเกินไปในบางตำแหน่ง

เชลซี อาจเจอปัญหาเรื่องผู้เล่นมากเกินไปในตำแหน่งกองหลัง หลังจากที่พวกเขาไม่สามารถปล่อย ฟิยาโก้ โทโมรี, อันโตนิโอ รูดิเกอร์ และเอเมอร์สัน ออกจากทีมด้วยสัญญายืมตัวก่อนตลาดนักเตะปิดลง

ทีมสิงห์บลูมีผู้เล่นเข้ามาเสริมทีมในตลาดนักเตะหน้าร้อนนี้ถึง 7 ราย ประกอบด้วย ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ตซ์ , เบน ชิลเวลล์, ฮาคิม ซีเย็ค, เอดูอาร์ เมนดี้, ติอาโก้ ซิลวา และมาล็อง ซาร์ ทำให้พวกเขาต้องหาทางปล่อยตัวนักเตะบางรายออกไปเพื่อลงจำนวนผู้เล่นในทีมลง

อันโตนิโอ รูดิเกอร์ กองหลังชาวเยอรมัน เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีสโมสรอื่นให้ความสนใจมากที่สุด โดยมีทั้ง โรมา, เปแอสเช, เอซี มิลาน และอินเตอร์ มิลาน ที่ต่างก็ต้องการได้ตัวแนวรับรายนี้ไปเสริมทัพด้วยสัญญายืมตัว อย่างไรก็ดี การเจรจาทั้งหมดได้ผลลัพธ์ออกมาไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทางรูดิเกอร์ตัดสินใจที่จะยังอยู่ค้าแข้งกับสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต่อไปในฤดูกาลนี้

นอกจากนี้ เชลซียังต้องการจะปล่อยตัว ฟิยาโก้ โทโมรี ออกจากทีม โดยมีเวสต์แฮมเป็นสโมสรที่ให้ความสนใจมาในช่วงโค้งสุดท้าย ทว่าการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายเสร็จไม่ทันเส้นตาย ทำให้การย้ายทีมด้วยสัญญายืมตัวของโทโมรีล่มลงไป

เช่นเดียวกับทาง เอมเมอร์สัน ที่ทางเชลซีพยายามผลักดันให้ย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสก่อนปิดเส้นตาย ทว่าหลังจากที่ทีมม้าลายพยายามคว้าตัวเฟเดริโก้ คิเอซา มาร่วมทัพให้ทันในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ ทำให้พวกเขาไม่มีเวลาเหลือพอจะคว้าเอมเมอร์สัน จึงทำให้การเจรจาดังกล่าวล้มเหลวในที่สุด

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้แฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องเจอปัญหาเรื่องผู้เล่นที่มากเกินไปในบางตำแหน่ง โดยเฉพาะในแนวรับที่พวกเขามีเซ็นเตอร์ฮาล์ฟถึง 6 ราย และแบ็คซ้ายอีก 3 รายให้เลือกใช้งาน

เก็บตกหลังเกม! ลิเวอร์พูล บุกคว่ำ เชลซี 10 ตัว คาบ้าน 2-0 เฮสองเกมติด
เก็บตกหลังเกม! ลิเวอร์พูล บุกคว่ำ เชลซี 10 ตัว คาบ้าน 2-0 เฮสองเกมติด

“แชมป์เก่า” ลิเวอร์พูล ยังเดินหน้าเก็บชัยต่อเนื่อง ล่าสุดบุกเอาชนะ เชลซี ที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก ไปได้ 2-0 เก็บชัยเป็นนัดที่สองติดต่อกัน และนี่คือประเด็นน่าสนใจที่เกิดขึ้นในเกมนัดนี้

ลิเวอร์พูล

1. ธิอาโก้ ยกระดับแดนกลาง ลิเวอร์พูล

Thiago Alcantara

ธิอาโก้ อัลคันทารา ประเดิมมีชื่อบนม้านั่งสำรองในทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ในเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทันทีแม้จะเพิ่งย้ายมาจาก บาเยิร์น มิวนิค ได้เพียงไม่กี่วัน ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกส่งลงสนามเมื่อจบพักครึ่งแทนที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมที่มีอาการบาดเจ็บ

แม้จำนวนตัวผู้เล่นของ หงส์แดง ที่มากกว่าอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ขับจุดเด่นของ ติอาโก้ ในแดนกลางให้เห็นได้เด่นชัดยิ่งขึ้นแต่ไม่อาจปฎิเสธได้เลยว่าคลาสของมิดฟิลด์ทีมชาติ สเปน ได้สร้างความแตกต่างให้กับทีมทันตา บอลจากเท้าของ ติอาโก้ ในแนวลึกทำให้ผู้เล่นในแดนบนสบโอกาสวิ่งหาพื้นที่เข้าทำได้อย่างต่อเนื่อง

โดยสถิติเมื่อจบเกม ธิอาโก้ ยังกลายเป็นนักเตะที่ผ่านบอลสำเร็จได้เหนือกว่าแข้ง เดอะบลูส์ คนใดๆ รวมทั้งยังเป็นแข้งที่ผ่านบอลสำเร็จสูงสุดตลอดกาลจากการลงเล่นเพียง 45 นาที นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติในซีซัน 2003/04 เป็นต้นมา

2. หรือตำแหน่งของ เฮนเดอร์สัน จะสั่นคลอน

Jordan Henderson

ต่อเนื่องจากประเด็นข้างต้น การเปลี่ยนตัวตำแหน่งต่อตำแหน่งระหว่าง เฮนเดอร์สัน กับ ติอาโก้ ในบทบาทเดียวกันจึงทำให้เราอดคาดการณ์ไม่ได้ว่าบทบาทของกัปตัน เฮนโด้ จะถูกลดลงไปหลังจากนี้เมื่อ เยอร์เก้น คล็อปป์ มีอีกหนึ่งทรัพยากรที่มีศักยภาพมากกว่า

ชั้นเชิงและวิสัยทัศน์ของ ติอาโก้ เข้าคู่ได้เป็นอย่างดีเมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่แพ็คเกมรับลึกอย่างที่ เร้ดแมชีน ดวลกับ สิงห์บลู 10 คนในครึ่งเวลาหลัง นั่นทำให้พื้นที่แดนกลางมีช่องว่างมากพอให้กองกลาง กระทิงดุ จัดการงัดจุดเด่นของตนเองออกมาเล่นงานเกมรับของฝ่ายตรงข้าม

แต่หากพิจารณาลึกลงไป การมีอยู่ของ เฮนเดอร์สัน กับจุดเด่นในการไล่บดบี้คู่แข่งและการเล่นเกมรับอาจเหมาะสมมากกว่าเมื่อทีมต้องดวลกับคู่ต่อสู้ที่พร้อมจะเปิดเกมรุกแลก

3. ฟาบินโญ-ฟาน ไดค์ เข้าคู่

Virgil Van Dijk, Fabio Henrique Tavares

แม้ก่อนหน้านี้จะมีคำถามถึงทางเลือกและชั้นเชิงของนักเตะในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางหลังจากที่ เดยัน ลอฟเรน ย้ายออกจากทีมจนทำให้ ลิเวอร์พูล เหลือแค่เพียง โจ โกเมซ และ โจเอล มาติป เป็นทางเลือกในการจับคู่กับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ แต่เกมนี้ก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ ไม่จำเป็นต้องซื้อแข้งใหม่ในตำแหน่งดังกล่าวเสริมทัพแต่อย่างใดเมื่อมีแข้งสารพัดประโยชน์อย่าง ฟาบินโญ พร้อมที่จะรับบทบาทคู่หู VvD

ดาวเตะทีมชาติ บราซิล รับบทบาทสต็อปเปอร์เข้าชนแนวรุกเป็นหน่วยแรกโดยมี ฟาน ไดค์ ประคองสถิติหลังเกมแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาทำได้ดีกับบทบาทดังกล่าวด้วยตัวเลขเป็นแข้ง หงส์แดง ที่เอาชนะในการเข้าปะทะได้มากกที่สุด 4 ครั้งจากความพยายามทั้งหมด 7 ครั้ง รวมทั้งยังสามารถตัดบอลได้มากที่สุดในสนามที่จำนวน 4 ครั้ง

เชลซี

4. เกมรุกริมเส้นที่ขาดหายไป

Mason Mount

วันนี้เป็นอีกหนึ่งนัดสำหรับเกมรุกริมเส้นที่เคยเป็นทีเด็ดของ สิงโตน้ำเงินคราม มาตลอดในช่วงซีซั่นที่ผ่านมา กลับเงียบสนิทตลอด 90 นาที นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แม้ในครึ่งแรกตัวผู้เล่นจะยังเท่าเทียมกัน แต่พวกเขาแทบจะหาโอกาสเข้าทำและจบสกอร์ไม่ได้เลย ซึ่ง 2 นัดที่ผ่านมา แฟรงค์ แลมพาร์ด เลือกใช้ ไค ฮาเวิร์ตซ์ เมสัน เมานท์ และ ติโม แวร์เนอร์ เป็น 3 ประสานในเกมรุกและผลัดกันไปเล่นเป็นตัวริมริมเส้น แต่ก็เห็นได้ชัดว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์เหมือนสมัยที่ยังเป็น พูลิซิช และ วิลเลียน ยืนประจำการได้

5. ก็องเต้ คือ “กองกลางตัวรับ”

FBL-ENG-PR-CHELSEA-LIVERPOOL

ตั้งแต่ที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามาคุมทีม นายใหญ่ตำนานสโมสรรายนี้ยังคงยืนยันว่าจะใช้งาน เอ็นโกโล ก็องเต้ ในฐานะ Box to Box มิดฟิลด์ ซึ่งนั่นหมายความว่า ก็องเต้ จะต้องมีส่วนร่วมกับการเล่นเกมรุก และจนถึงตอนนี้เขาก็พิสูจน์ให้เห็นไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่า ความขยันและพละกำลังการวิ่งไล่ไม่มีหมดของเขานั้น มันไม่สามารถตอบโจทย์ในการสร้างสรรค์เกมบุกให้กับทีมได้ บ่อยครั้งที่วันนี้เขามีโอกาสที่ดีในการทำเกมในแดนหน้า แต่ก็ติด ๆ ขัด ๆ ทำพลาดไปเสียหมด ในขณะที่เกมรับเจ้าตัวกลับโดดเด่นในการไล่กวดสร้างความปั่นป่วนให้แนวรุกของ ลิเวอร์พูล ได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยตลอด 90 นาทีในเกมวันนี้

6. เคปา แจกโชคอย่างต่อเนื่อง

FBL-ENG-PR-CHELSEA-LIVERPOOL

เป็นอีกหนึ่งเกมที่จุดอ่อนของนายทวารเลือดกระทิงดุรายนี้ ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อทีม นั่นคือ “การเล่นบอลด้วยเท้า” ที่ตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาเรามักจะเห็นได้ถึงความผิดพลาดบ่อย ๆ เมื่อเจ้าตัวต้องใช้ขาเล่นกับบอล ซึ่งมันขัดกับแนวทางการเล่นของทีมอย่างชัดเจน ที่ต้องการเซ็ตเกมบุกจากหน้าปากประตู แต่กลับมีผู้รักษาประตูที่ไม่สามารถเอาแน่เอานอนในการออกบอลแบบนี้ นี่ยังไม่นับฟอร์มการเซฟที่ดร็อปลงไปจนถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าสวนทางกับค่าตัว 

ดังนั้นหาก แลมพาร์ด ยังต้องคงยืนยันที่จะใช้การเซ็ตเกมจากแดนตัวเองขึ้นมา อาจจะถึงเวลาที่ต้องมองหาผู้รักษาประตูที่ถนัดเล่นบอลกับพื้นมากกว่านี้ เหมือนที่ แมนฯ ซิตี้ จัดการคว้าตัว เอแดร์ซอน มาเล่นเป็นนายทวารแบบ “สวีปเปอร์” นั่นเอง

สโมสรฟุตบอลเชลซี

ปัญหาใหญ่ของเชลซี

ความพ่ายแพ้ของ “สิงห์บลู” เชลซี ที่มีต่อแชมป์เก่าอย่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คารังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของตัวเอง 0–2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด โชคร้ายอย่างยิ่งที่ต้องเล่นแค่สิบคนตลอดครึ่งหลัง เพราะครึ่งแรกทั้งสองทีมยังดูสูสีคู่คี่กันมากๆ

แน่นอนว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการโดนใบแดงไล่ออกจากสนามของอันเดรียส คริสเตนเซน ในช่วงท้ายครึ่งแรก จากจังหวะที่คริสเตนเซนไปทำฟาวล์เหนี่ยวซาดิโอ มาเน ขณะกำลังจะพาบอลหลุดเข้าไปถึงหน้ากรอบเขตโทษ

ทีแรกผู้ตัดสิน พอล เทียร์นีย์ แจกแค่ใบเหลืองให้กับคริสเตนเซน แต่หลังจากที่เช็กวีเออาร์ทางจอมอนิเตอร์ข้างสนามแล้ว เทียร์นีย์ก็เปลี่ยนใจเป็นแจกใบแดงไล่คริสเตนออกจากสนาม เนื่องจากมองว่าคริสเตนเซนเป็นตัวสุดท้าย ทำให้เชลซีต้องเล่นแค่ 10 คนในช่วงท้ายครึ่งแรก

พอมีตัวผู้เล่นมากกว่า “หงส์แดง” ก็เดินหน้าบุกเป็นการใหญ่ ก่อนมาพังประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะที่โรแบร์โต ฟีร์มิโน พาบอลไปจนสุดเส้นหลัง ก่อนเปิดเข้ากลางให้ซาดิโอ มาเน โฉบเข้ามาโหม่งตุงตาข่าย ในนาทีที่ 50

เท่านั้นไม่พอ ความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยของเกปา อาร์ริซาบาลากา นายทวารชาวสแปนิชของเชลซี ก็ทำให้ “สิงห์บลู” ต้องสังเวยประตูที่ 2 ให้กับแชมป์เก่า ในอีก 4 นาทีให้หลัง

เมื่อเกปาออกมาเตะเปิดบอลไม่ดีไปติด มาเนที่วิ่งเข้ามากดดัน ทำให้มาเนฉกบอลไปได้ก่อนจะยิงตุงตาข่ายโล่งๆ นับเป็นประตูที่ 2 ของหัวหอกชาวเซเนกัลในเกมนี้

ดูแล้วอนาคตของเกปาในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ คงจะดับวูบลงแน่นอนแล้ว ทั้งที่เจ้าตัวย้ายมาเฝ้าเสาให้กับเชลซีด้วยค่าตัวที่แพงที่สุดในโลกสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตู

ด้วยเหตุนี้ ทำให้แฟรงค์ แลมพาร์ด นายใหญ่เชลซี ต้องเร่งดำเนินการหาผู้รักษาประตูคนใหม่มาร่วมทีม และตอนนี้มีข่าวแว่วๆว่าพวกเขากำลังจะได้ตัวเอดูอาร์ด เมนดี นายทวารชาวเซเนกัลจากแรนส์ สโมสรในลีกเอิง ฝรั่งเศส มาเสริมแกร่ง

แม้จะทุ่มเงินเสริมทัพไปกว่า 200 ล้านปอนด์ (ราว 8,000 ล้านบาท) ในช่วงซัมเมอร์นี้ แลกกับได้แข้งดังอย่างฮาคิม ซิเย็ค กองกลางจากอาแจกซ์, ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกทีมชาติเยอรมนีจากไลป์ซิก, เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายจากเลสเตอร์ ซิตี้ และไค ฮาเวิร์ตซ์ กองกลางตัวรุกจากเลเวอร์คูเซน มาร่วมทัพ

แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าเชลซีจะสามารถประสบความสำเร็จคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มาครองได้

จากที่เล่นมา 2 เกมแรกในลีกซีซันนี้ สตาร์ดังของเชลซีอย่างติโม แวร์เนอร์ กับไค ฮาเวิร์ตซ์ ยังร่ายฟอร์มเก่งไม่ออกเลย

นี่ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่แฟรงค์ แลมพาร์ด นายใหญ่เชลซี ต้องเร่งหาทางแก้ไขให้ได้โดยเร็วที่สุด หากต้องการลุ้นแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซันนี้กับลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้

แต่หากแลมพาร์ดไม่สามารถดึงศักยภาพจนถึงขีดสุดของบรรดานักเตะซุปเปอร์สตาร์ของทีมออกมาได้

บางที “แลมพ์” อาจจะกลายเป็นกุนซือตกงานก่อนเวลาอันควรก็เป็นได้!!!

เอาด้วย!แมนซิตี้แจมล่าโตนาลี่เสริมกลาง

ซานโดร โตนาลี่ มิดฟิลด์ดาวโรจน์ เบรสชา เนื้อหอมเหลือเกิน เพราะล่าสุดมีข่าว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เข้าร่วมวงล่าตัวเช่นกัน แม้อาจจะต้องแย่งชิงกับ บาร์เซโลน่า และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ตาม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมเปิดศึกกับหลายสโมสรในการไล่ล่าตัว ซานโดร โตนาลี่ กองกลางดาวรุ่งคนเก่งของ เบรสชา สโมสรลูกหนังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำแดนมะกะโรนี เมื่อวันพุธที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา

เชื่อกันว่า บาร์เซโลน่า ได้มอง โตนาลี่ เป็นตัวตายตัวแทนในระยะยาวของ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และอาจจะมีการเดินหน้าไล่ล่าตัวอย่างจริงจังหลังจบฤดูกาลนี้ ทว่าล่าสุด ตุ๊ตโต้สปอร์ต ระบุว่า “เรือใบสีฟ้า” เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีความสนใจในตัว ดาวเตะทีมชาติอิตาลีวัย 19 ปี และพร้อมที่จะเปิดศึกแย่งชิงตัว บาร์ซ่า ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2020/21

อย่างไรก็ตาม นอกจาก บาร์เซโลน่า กับ แมนฯ ซิตี้ แล้ว โตนาลี่ ยังมีข่าวกำลังเป็นที่หมายปองของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ยูเวนตุส และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เช่นกัน

สำหรับฤดูกาลนี้ โตนาลี่ ลงเล่นเกมลีกให้ เบรสชา ไปแล้ว 23 นัด ทำได้ 1 ประตู กับ 5 แอสซิสต์

สื่อดังเผยหากเล่นไม่จบทำทีมพรีเมียร์ฯสูญเงิน 3 หมื่นล้าน!

ดิ แอธเลติก สื่อชื่อก้อง ระบุ เหล่าผู้บริหารของทีมใน พรีเมียร์ลีก ได้รับการแจ้งว่าถ้าสุดท้ายแล้วเชื้อไวรัสนี้มันทำให้ซีซั่น 2019-20 แข่งกันไม่จบ พวกเขาก็จะอดรายได้ค่าลิขสิทธิ์เป็นเงินถึง 762 ล้านปอนด์ ซึ่งนั่นก็ทำให้หลายทีมอยากให้มันเตะกันแบบไร้คนดู เพราะพวกเขาไม่อยากชวดเงินก้อนนี้
บรรดาผู้บริหารของสโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับการแจ้งว่าพวกเขาจะชวดรายได้ด้านการถ่ายทอดสดเป็นเงินถึง 762 ล้านปอนด์ (ประมาณ 30,480 ล้านบาท) ถ้าหากฤดูกาล 2019-20 ไม่สามารถแข่งกันจนจบได้ ตามการเปิดเผยของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดัง

การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังคงรุนแรงอย่งาต่อเนื่องในหลายๆ ประเทศ และมันก็ส่งผลกับวงการฟุตบอลจนถึงขั้นทำให้แต่ละลีกต้องพักการแข่งขันเป็นการชั่วคราว โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา ผู้บริหารของ พรีเมียร์ลีก กับตัวแทนจาก 20 ทีมในลีกได้ประชุมร่วมกัน ก่อนที่จะได้ข้อสรุปว่าจะเพิ่มการพักแข่งไปจนถึงวันที่ 30 เมษายนนี้ จากเดิมที่ถึงแค่ช่วงต้นเดือนเมษายน

ทั้งนี้ ดิ แอธเลติก เผยว่าในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้น มันมีการแจ้งด้วยว่าถ้าเกิดสุดท้ายซีซั่นนี้เตะกันไม่จบจริงๆ มันก็จะทำให้รายได้ด้านลิขสิทธิ์หายไปถึง 762 ล้านปอนด์ โดยมาจากการละเมิดสัญญาด้านลิขสิทธิ์การถ่ายทอดทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ ยกตัวอย่างเช่น สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อดังของอังกฤษที่จะเสียเงินไปบานเบอะจากการที่ไม่ได้ถ่ายทอดสดเกมการแข่งขันตามที่วางแผนเอาไว้

เรื่องดังกล่าวทำให้บางสโมสรอยากให้ฤดูกาลนี้มันแข่งจบให้ได้มากๆ ต่อให้จะเป็นการเล่นแบบที่ไม่มีแฟนบอลเข้ามาชมเกมในสนามก็ตาม เพราะเงินจากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดถือเป็นเงินก้อนที่สำคัญมากๆ ของพวกเขาในการเอาไปใช้ทำอย่างอื่น อาทิเช่น ค่าเหนื่อยของนักเตะที่สูงลิบ เป็นต้น และพวกเขาก็กลัวว่าถ้าไม่ได้เงินก้อนนี้มันก็จะทำให้พวกเขาไม่สามารถอยู่รอดได้

ทั้งนี้ นอกจากจะต้องการให้เตะกันจนครบแล้วนั้น ทีมเหล่านั้นก็อยากให้นักเตะรับการตรวจเป็นประจำด้วย ส่วนสนามซ้อมก็จะมีการใช้มาตรการรักษาสุขอนามัยอย่างเต็มที่จนอาจจะถึงขั้นมีการปิดสนามซอม โดยพวกเขากลัวด้วยว่าในเร็วๆ นี้อาจจะต้องมีการปลดสตาฟฟ์ของทีมเพื่อลดค่าใช้จ่าย เหมือนที่ โอลิมปิก ลียง ทีมในฝรั่งเศสเพิ่งทำไป

อย่างไรก็ตาม มันก็มีทีมอีกกลุ่มหนึ่งที่มองว่าการเล่นแบบปิดสนามมันไม่สามารถเป็นจริงได้ และบรรดานักเตะก็อาจจะปฏิเสธที่จะเล่นถ้าหากกังวลถึงสุขภาพของตัวเอง หรือในกรณีที่คนใกล้ๆ ตัวพวกเขาสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อ

เรื่องดังกล่าวทำให้บางสโมสรอยากให้ฤดูกาลนี้มันแข่งจบให้ได้มากๆ ต่อให้จะเป็นการเล่นแบบที่ไม่มีแฟนบอลเข้ามาชมเกมในสนามก็ตาม เพราะเงินจากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดถือเป็นเงินก้อนที่สำคัญมากๆ ของพวกเขาในการเอาไปใช้ทำอย่างอื่น อาทิเช่น ค่าเหนื่อยของนักเตะที่สูงลิบ เป็นต้น และพวกเขาก็กลัวว่าถ้าไม่ได้เงินก้อนนี้มันก็จะทำให้พวกเขาไม่สามารถอยู่รอดได้

ทั้งนี้ นอกจากจะต้องการให้เตะกันจนครบแล้วนั้น ทีมเหล่านั้นก็อยากให้นักเตะรับการตรวจเป็นประจำด้วย ส่วนสนามซ้อมก็จะมีการใช้มาตรการรักษาสุขอนามัยอย่างเต็มที่จนอาจจะถึงขั้นมีการปิดสนามซอม โดยพวกเขากลัวด้วยว่าในเร็วๆ นี้อาจจะต้องมีการปลดสตาฟฟ์ของทีมเพื่อลดค่าใช้จ่าย เหมือนที่ โอลิมปิก ลียง ทีมในฝรั่งเศสเพิ่งทำไป

อย่างไรก็ตาม มันก็มีทีมอีกกลุ่มหนึ่งที่มองว่าการเล่นแบบปิดสนามมันไม่สามารถเป็นจริงได้ และบรรดานักเตะก็อาจจะปฏิเสธที่จะเล่นถ้าหากกังวลถึงสุขภาพของตัวเอง หรือในกรณีที่คนใกล้ๆ ตัวพวกเขาสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อ

สื่อดังแฉรายละเอียดชุดเหย้าใหม่แมนยู

ฟุตตี้ เฮดไลน์ส เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับชุดเหย้าตัวใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยนอกเหนือไปจากการใช้สีแดงเป็นหลักมันก็จะมีการใส่เส้นสีดำกับสีเหลืองเข้าไปด้วย แถมยังเอารูปลูกฟุตบอลที่บอกว่าจะวางขายในร้านค้าของ “ปีศาจแดง” มาใช้อ้างอิงอีก
ฟุตตี้ เฮดไลน์ส เว็บไซต์แนวข่าวสารเรื่องผลิตภัณฑ์ฟุตบอลชื่อดัง เปิดเผยรายละเอียดที่อ้างว่าจะใช้ในการทำชุดเหย้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สำหรับการทำศึกในฤดูกาล 2020-21 โดยที่นอกจากจะใช้สีแดงเป็นหลักแล้วนั้น มันจะยังมีการใส่เส้นเล็กๆ สีดำกับสีเหลืองเข้าไปด้วย

ทั้งนี้ ฟุตตี้ เฮดไลน์ส เอารูปที่อ้างว่าจะเป็นลูกฟุตบอลที่จะวางขายในช็อปของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในซีซั่นหน้า มาใช้เป็นหนึ่งในแหล่งอ้างอิง เพราะปกติแล้ว อาดิดาส จะใช้ดีไซน์บนชุดแข่งกับลูกฟุตบอลของแต่ละทีมที่คล้ายกัน โดยบนชุดเหย้าตัวใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น โลโก้ของ อิดาส จะเป็นสีขาว ไม่ใช่สีดำเหมือนที่ผ่านมา เพื่อที่มันจะได้ไม่กลมกลืนไปกับเส้นสีดำบนชุดแข่ง

หากข้อมูลที่ ฟุตตี้ เฮดไลน์ส นำเสนอในครั้งนี้เป็นความจริง มันก็จะถือว่าในซีซั่นหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีชุดแข่งที่ลวดลายแหวกแนวพอตัว เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการแฉว่าชุดแข่งแบบที่ 3 ของพวกเขา จะถูกออกแบบมาให้เป็นลายพรางเหมือนที่ทำกันบนเรือรบในสมัยสงครามโลกเลย

ปัญหาเชลซี
ความพ่ายแพ้ของ “สิงห์บลู” เชลซี ที่มีต่อแชมป์เก่าอย่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คารังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของตัวเอง 0–2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด โชคร้ายอย่างยิ่งที่ต้องเล่นแค่สิบคนตลอดครึ่งหลัง เพราะครึ่งแรกทั้งสองทีมยังดูสูสีคู่คี่กันมากๆ แน่นอนว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการโดนใบแดงไล่ออกจากสนามของอันเดรียส คริสเตนเซน
โตนารี่
ซานโดร โตนาลี่ มิดฟิลด์ดาวโรจน์ เบรสชา เนื้อหอมเหลือเกิน เพราะล่าสุดมีข่าว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เข้าร่วมวงล่าตัวเช่นกัน แม้อาจจะต้องแย่งชิงกับ บาร์เซโลน่า และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ดิ แอธเลติก สื่อชื่อก้อง ระบุ เหล่าผู้บริหารของทีมใน พรีเมียร์ลีก ได้รับการแจ้งว่าถ้าสุดท้ายแล้วเชื้อไวรัสนี้มันทำให้ซีซั่น 2019-20 แข่งกันไม่จบ พวกเขาก็จะอดรายได้ค่าลิขสิทธิ์เป็นเงินถึง 762 ล้านปอนด์ ซึ่งนั่นก็ทำให้หลายทีมอยากให้มันเตะกันแบบไร้คนดู เพราะพวกเขาไม่อยากชวดเงินก้อนนี้ บรรดาผู้บริหารของสโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับการแจ้งว่าพวกเขาจะชวดรายได้ด้านการถ่ายทอดสดเป็นเงินถึง 762 ล้านปอนด์