เชลซีคว้า ฮาแวร์ตซ์

เชลซี ปิดดีลคว้าตัวนักเตะทีมชาติเยอรมนีคนที่ 2 ในซัมเมอร์นี้ โดย ไค ฮาแวร์ตซ์ เซ็นสัญญา 5 ปีกับสโมสร

การคว้าตัวกองกลางดาวรุ่งอนาคตไกลจากบายเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการซื้อตัวติโม แวร์เนอร์มาจากแอร์เบ ไลป์ซิก และเป็นการเสริมทัพต่อจาก ฮาคิม ซิเยค, เบน ชิลเวลล์ รวมถึงธิอาโก้ ซิลวา โดยขุมกำลังของแฟรงค์ แลมพาร์ด สำหรับสู้ศึกฤดูกาลใหม่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้พวกเรายังได้เซ็นสัญญากับ มาล็อง ซาร์ แนวรับดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส ซึ่งจะย้ายออกไปเล่นแบบยืมตัวเพื่อเก็บประสบการณ์ก่อนกลับมามีส่วนร่วมกับทีม

ฮาแวร์ตซ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเป็นนักเตะเชลซีว่า: ผมมีความสุขและภูมิใจมากที่ได้มาค้าแข้งที่นี่ สำหรับผมแล้ว นี่คือความฝันที่เป็นจริง ที่จะได้ลงเล่นให้สโมสรใหญ่อย่างเชลซี และผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้เจอกับบรรดาผู้เล่นและทีมงานผู้ฝึกสอน ใช่เลย ผมมีความสุขมากที่ได้มาที่นี่!

มาริน่า กรานอฟสกาย่า ผู้อำนวยการสโมสรเสริมว่า: ‘ไค เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลกในวัยของเขา พวกเรามีความสุขมากที่อนาคตของเขาฝากเอาไว้กับเชลซี เขาได้พิสูจน์ฝีเท้าของตัวเองในหนึ่งในลีกที่ดีที่สุดของยุโรป เขาลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมนี เขาเป็นนักเตะที่มีฝีเท้าและพรสวรรค์น่าตื่นตาตื่นใจ พวกเราดีใจที่ได้เสริมคุณภาพและความสารพัดประโยชน์ของเขาเข้าสู่ขุมกำลังก่อนฤดูกาลเริ่มต้นขึ้น’

ฮาแวร์ตซ์ ถือเป็นหนึ่งในนักเตะชาวเยอรมันที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดหลังแจ้งเกิดกับบายเออร์ เลเวอร์คูเซ่น โดยสร้างสถิติใหม่มากมาย อาทิ การเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามในบุนเดสลีก้าครบ 50 และ 100 นัด ซึ่งเจ้าของคนเก่าคือติโม แวร์เนอร์

ไค ฮาแวร์ตซ์ อายุเท่าไรและมีสไตล์การเล่นแบบไหน?

เจ้าของส่วนสูง 189 เซนติเมตร มาพร้อมความรวดเร็วและเทคนิคอันยอดเยี่ยม ดาวเตะวัย 21 ปี โชว์ความสารพัดประโยชน์อย่างน่าประทับใจจากวัยของเขา ตำแหน่งหลักคือเล่นเป็นกองกลางตัวรุก มีการจ่ายบอลที่แม่นยำและทะลุทะลวง พร้อมกับความสามารถในการครองบอลในพื้นที่แคบ ๆ และแย่งบอลคืนจากพื้นที่ส่วนบนของสนาม นอกจากนี้ ฮาแวร์ตซ์ ยังเคยเล่นทางกราบขวามาก่อนในอาชีพค้าแข้ง และมักจะลากตัดเข้าในด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดของเขา

ไม่นานมานี้ เจ้าตัวพิสูจน์ตัวเองในบทบาทกองหน้าหลังจากที่เพื่อนร่วมทีมมีอาการบาดเจ็บในครึ่งหลังของฤดูกาล 2019/20 และถูกยกย่องให้เป็น ‘Alleskonner’ ในประเทศบ้านเกิด ซึ่งมีความหมายว่าผู้เล่นที่สามารถทำได้ทุกอย่าง
ไค ฮาแวร์ตซ์ หนีการประกบของแอชลี่ย์ ยัง ในศึกยูโรป้า ลีก

ไค ฮาแวร์ตซ์ เคยลงเล่นให้กับสโมสรใด และเขาได้ลงประเดิมสนามเมื่อไร?

หลังจากที่เคยฝึกฝนฟุตบอลกับทีมท้องถิ่นในลีกล่างอย่างอเลมานเนีย มาเรียดอร์ฟ และอเลมานเนีย อาเค่น ซึ่งสโมสรหลังคุณปู่ของเขาเป็นผู้ดูแล ฮาแวร์ตซ์ โยกไปอยู่กับบายเออร์ เลเวอร์คูเซ่นตอนที่อายุได้ 11 ปีในปี 2010 และสร้างชื่อของตัวเองกับทีมเยาวชนของสโมสร ได้รับรางวัลซิลเวอร์ ฟริตซ์ วอลเตอร์ เมดัลในปี 2016 โดยเป็นสิ่งที่มอบให้กับนักเตะที่ดีที่สุดในประเทศเยอรมนีซึ่งมีอายุไม่เกิน 17 ปี

เขาลงประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ในปีเดียวกัน และกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ปรากฎตัวในเวทีบุนเดสลีก้าก่อนจะพัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อย ๆ ตลอดช่วงฤดูกาล 2016/17 ฮาแวร์ตซ์ ลงสนามในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีกครั้งแรกในปีดังกล่าวโดยเป็นการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่เขาพลาดลงเล่นในนัดที่สองที่ต้นสังกัดปราชัยให้กับแอตเลติโก มาดริด เพราะวันแข่งขันชนกับวันที่โรงเรียนมีสอบพอดี ก่อนที่ฤดูกาลจะจบลง เขาทำประตูแรกของตัวเองในเกมที่เสมอกับโวล์ฟส์บวร์ก 3-3 ทำให้กลายเป็นนักเตะของเลเวอร์คูเซ่นที่อายุน้อยที่สุดซึ่งทำประตูในบุนเดสลีก้าฮาแวร์ตซ์ ขึ้นโขกแย่งบอลในการแข่งขันกับบาเยิร์นเมื่อปี 2016

ในฤดูกาล 2017/18 ฮาแวร์ตซ์ เป็นขาประจำในทีมที่บาย อารีน่า และเริ่มมีอิทธิพลกับขุมกำลังมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยช่วยให้ต้นสังกัดได้กลับไปเล่นฟุตบอลยุโรปด้วยการจบอันดับที่ 5 ของตาราง หลังจากที่ปีเตอร์ บอสซ์ เข้ารับตำแหน่งกุนซือ ฮาแวร์ตซ์ ถูกจับไปเป็นศูนย์กลางในการทำเกมรุกของทีม โดยยืนตำแหน่งด้านหลังกองหน้า และโชว์ผลงานการถล่มประตูโดยกดไป 20 ตุงในรายการบุนเดสลีก้า และยูโรป้า ลีก ถือเป็นซีซั่นที่เขายิงได้มากที่สุด

ช่วงแรกในฤดูกาล 2019/20 ฮาแวร์ตซ์ ลงเล่นในตำแหน่งที่มีอิสระมากขึ้น โดยสามารถเคลื่อนที่ไปทั่วสนามทั้งยามที่มีบอลและไม่มีบอล โดยเน้นแย่งบอลตั้งแต่แดนหน้าและสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม โดยเจ้าตัวทำให้ทีมมีโอกาสยิงตรงกรอบในการแข่งขันบุนเดสลีก้ามากถึง 58 ครั้ง ถือว่ามากกว่านักเตะเลเวอร์คูเซ่นคนอื่น ๆ
 ยิงจุดโทษในรอบชิงบอลถ้วยเยอรมัน ฮาแวร์ตซ์ มีสถิติยอดเยี่ยมยังไม่เคยพลาดเป้า

หลังจากที่เควิน โฟลลันด์ หัวหอกทีมห้างขายยาพลาดการลงเล่นในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ส่งให้ฮาแวร์ตซ์เริ่มรับบทบาทเป็นตัวหลักในแดนหน้ามากขึ้น และพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของตัวเองได้ เห็นได้ชัดจากสถิติยิง 9 ประตูกับอีก 6 แอสซิสต์ ตลอดการลงเล่น 10 เกมในตำแหน่งดังกล่าว

สถิติในเกมระดับชาติของ ไค ฮาแวร์ตซ์ เป็นอย่างไร?

ผลงานของเขากับเลเวอร์คูเซ่น ทำให้ ฮาแวร์ตซ์ ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติ
ทำประตูให้เยอรมนีในการแข่งขันกับอาร์เจนติน่า

เขาเคยสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติเยอรมนีรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี มาแล้ว เช่นเดียวกับการประเดิมลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมนีชุดใหญ่โดยได้ลงสนามแทนที่ของแวร์เนอร์ ในเกมนัดอุ่นเครื่องกับทีมชาติเปรู เมื่อเดือนกันยายน 2018 ก่อนจะทำประตูแรกในทีมชุดใหญ่ เกมที่เยอรมนีเสมออาร์เจนติน่า 2-2 ในช่วงเกือบ 1 ปีหลังได้เดบิวต์ ถึงตอนนี้เจ้าตัวมีสถิติติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 7 นัดด้วยกัน

6 นักเตะ เชลซี ที่ทำผลงานได้ดีหลังจากที่ย้ายออกจากทีมไป

Romelu Lukaku, Daniel Sturridge
Everton v Liverpool – Premier League | Alex Livesey/Getty Images

1. เคลาดิโอ ปิซาร์โร

Claudio Pizarro
Chelsea v Valencia – UEFA Champions League | Ryan Pierse/Getty Images

ตำแหน่ง กองหน้า
ย้ายไป เบนเมน
เมื่อ ฤดูกาล 2008/09
ผลงานโดยรวมกับ เชลซี ลงสนาม 32 นัดทำได้ 2 ประตู 4 แอสซิสต์

ยอดดาวเตะชาวเปรู ที่ สิงห์บลู ได้ตัวมาแบบฟรี ๆ หลังจากที่เจ้าตัวหมดสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค แต่ก็อย่างที่ทราบกับ ปิซาร์โร ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้ดีพอ จนกระทั้งผ่านไปเพียงปีเดียวเท่านั้นเขาก็ถูกปล่อยตัวให้กับ แวร์เดอร์ เบรเมน ซึ่งที่นั่นเขาสามารถระเบิดฟอร์มเก่งถล่มประตูได้เป็นกอบเป็นกำอีกครั้ง โดยยิงไปได้ถึง 28 ประตู 2 ฤดูกาลติดต่อกันทันทีที่ย้ายออกจากทีมไป

2. แดเนียล สเตอร์ริดจ์

Daniel Sturridge
Chelsea v Wolverhampton Wanderers – Premier League | Mike Hewitt/Getty Images

ตำแหน่ง กองหน้า
ย้ายไป ลิเวอร์พูล
เมื่อ ฤดูกาล 2012/13
ผลงานโดยรวมกับ เชลซี ลงสนาม 96 นัดทำได้ 24 ประตู 9 แอสซิสต์

อันที่จริงต้องบอกว่า สเตอร์ริดจ์ ฉายแววได้ตั้งแต่เล่นอยู่กับ สิงห์บลู แล้ว แต่น่าเสียดายที่ขณะนั้นทีมมีกองหน้าอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา นิโกลาส อเนลก้า และ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ขวางทางอยู่ จนไม่มีโอกาสได้แจ้งเกิดกับทีมอย่างเต็มตัว กระทั้งหน้าหนาวปี 2013 ลิเวอร์พูล ตัดสินใจดึงตัวไปร่วมทีม และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพียงครึ่งซีซั่นแรกกับ หงส์แดง เจ้าตัวซัดไปได้ถึง 11 ประตู และในปีต่อมาก็กดไปอีก 24 ลูกด้วยกัน น่าเสียดายที่หลังจากนั้นเจ้าตัวต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง จนมิอาจก้าวไปเป็นตำนานในถิ่น แอนฟิลด์ ได้ในที่สุด

3. โรเมลู ลูกากู

Romelu Lukaku
Chelsea v Norwich City – Premier League | Shaun Botterill/Getty Images

ตำแหน่ง กองหน้า
ย้ายไป เอฟเวอร์ตัน
เมื่อ ฤดูกาล 2014/15
ผลงานโดยรวมกับ เชลซี ลงสนาม 15 นัดทำได้ 0 ประตู 1 แอสซิสต์

ดาวเตะชาวเบลเยียม ที่ตอนนี้กำลังทำผลงานได้ดีกับ อินเตอร์ มิลาน สมัยที่ค้าแข้งอยู่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เจ้าตัวแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยแถมถูกปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานแทบทุกปี กระทั่ง เอฟเวอร์ตัน ยอมควักเงินกว่า 31 ล้านปอนด์ กระชากตัวกองหน้ารายนี้ไปร่วมทัพในปี 2014 และหลังนั้นเขาก็สวมวิญญานนักฆ่า โดย 4 ปีในถิ่น กูดิสัน พาร์ด เจ้าตัวยิงประตูรวมไปมากถึง 87 ประตูด้วยกัน

4. ธอร์เกน อาซาร์

ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก
ย้ายไป โบรุสเซีย มึนเชน กลัดบัค
เมื่อ ฤดูกาล 2015/16
ผลงานโดยรวมกับ เชลซี ลงสนาม 0 นัดทำได้ 0 ประตู 0 แอสซิสต์

เขาคือน้องชายแท้ ๆ ของ ซุเปอร์สตาร์อย่าง เอเดน อาซาร์ แต่น่าเศร้าตรงที่เจ้าตัวไม่เคยมีโอกาสได้ลงสนามกับทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่เกมเดียว อีกทั้งยังถูกส่งต่อให้หลายทีมยืมใช้งานซะเป็นส่วนใหญ่ กระทั่ง กลัดบัค ที่เคยยืมตัวเขาไปใช้งานก่อนหน้านั้นตัดสินใจควักเงิน 7 ล้านปอนด์ กระชากตัวไปร่วมทัพ ซึ่งเขาก็แจ้งเกิดกลายเป็นกำลังหลักให้กับ ทัพสิงห์หนุ่ม ได้ในทันที จนซีซั่นนี้ก็ถูก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ดึงตัวไปร่วมทีม แถมยังคงทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

5. โมฮาเหม็ด ซาลาห์

Mohamed Salah
Chelsea FC v Sporting Clube de Portugal – UEFA Champions League | Clive Mason/Getty Images

ตำแหน่ง กองกหน้า
ย้ายไป โรมา
เมื่อ ฤดูกาล 2016/17
ผลงานโดยรวมกับ เชลซี ลงสนาม 19 นัดทำได้ 2 ประตู 4 แอสซิสต์

อดีตนักเตะของ บาเซิล ที่ เชลซี ดึงตัวมาร่วมทีมในปี 2014 น่าเสียดายที่ ณ ขณะนั้นเจ้าตัวยังไม่สามารถฉายแววโดดเด่นได้เหมือนในปัจจุบัน จนถูกปล่อยให้ทีมในอิตาลียืมตัว ทั้ง ฟิออเรนตินา และ โรมา ซึ่งที่ กัลโช เซเรีย อา ก็ถือว่าเขาทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ กลับไม่มีพื้นที่ให้กับตัวรุกร่างเล็กรายนี้จนต้องถูกขายต่อให้กับ โรมา ในที่สุด ซึ่งจากนั้นดาวยิงชางอียิปต์ก็ระเบิดฟอร์มเก่งจน ลิเวอร์พูล รีบดึงตัวมาร่วมงานและกลายเป็นดาวยิงขวัญใจทีม หงส์แดง นับตั้งแต่นั้น

6. เควิน เดอ บรอยน์

Sunderland v Chelsea - Capital One Cup Quarter-Final
Sunderland v Chelsea – Capital One Cup Quarter-Final | Matthew Lewis/Getty Images

ตำแหน่ง กองกลาง
ย้ายไป โวล์ฟบวร์ก
เมื่อ ฤดูกาล 2013/14
ผลงานโดยรวมกับ เชลซี ลงสนาม 9 นัดทำได้ 0 ประตู 1 แอสซิสต์

ยอดเพลย์เมกเกอร์หน้าอ่อนที่ เชลซี ใช้เงินเพียง 7 ล้านปอนด์ดึงตัวมาร่วมทีมในปี 2012 แต่ขณะนั้นในทีมไม่มีพื้นที่ให้กับแข้งชาวเบลเยียมรายนี้ได้สอดแทรกขึ้นมาโชว์ผลงานเท่าใดนัก สุดท้ายก็ถูกปล่อยให้กับ เบรเมน ยืมตัวในปีต่อมา ซึ่งเขากลับทำผลงานได้ดี จน โวล์ฟบวร์ก ยอมควักเงินเกือบ 20 ล้านปอนด์ กระชากตัวไปร่วมทีมในช่วงหน้าหนาวปี 2014 และเวลาเพียง 2 ปีหลังจากนั้นเขาพัฒนาตัวเองขึ้นมาแบบก้าวกระโดด จนได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดอ บรอยน์ สามารถยกระดับตัวเองให้เป็นเพลย์เมกเกอร์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลกได้ในที่สุด

แหล่งที่มา : ข่าวสโมสรฟุตบอลเชลซี

TOP 5 นักเตะที่มีค่าเฉลี่ยคว้าชัยสูงสุดของ พรีเมียร์ลีก

ฟุตบอลอาจจะเป็นกีฬาประเภททีม แต่สถิติส่วนตัวของนักเตะก็เป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจอยู่ตลอดเวลาและมันก็จะติดตัวเขาไปแม้เลิกเล่นไปแล้ว

ซึ่งครั้งนี้เราจะมาดูสถิติการเก็บชัยชนะเป็นเปอร์เซ็นที่มากที่สุดของนักเตะในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่นับเฉพาะแค่คนที่ได้ลงสนามมากกว่า 100 นัดเท่านั้น

5.มิเชล บัลลัค – 70.5%

FA Cup Semi Final: Blackburn Rovers v Chelsea

แม้อาจจะไม่ใช่ช่วงพีคที่สุดกับการย้ายมา เชลซี ในปี 2006 จาก บาเยิร์น มิวนิค แต่กองกลางรายนี้ก็ช่วยทีมประสบความสำเร็จได้อย่างมากมาย

บัลลัค ลงสนามใน พรีเมียร์ลีก ไปทั้งสิ่น 105 เกมพาทีมชนะได้ 74 นัดและสามารถคว้าแชมป์มาครองทั้งสิ้น 1 สมัยในรายการนี้

4.เนมานยา วิดิช – 70.6%

Nemanja Vidic (R) of Manchester United

นักเตะชาวเซอร์เบียย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2006 ก่อนจะสถาปนาตนเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของโลกได้ในเวลาต่อมา

วิดิช คว้าแชมป์ พรึเมียร์ลีก มาครองได้ถึง 5 สมัยด้วยสถิติลงสนาม 211 นัดและคว้าชัยมาได้ถึง 149 ครั้งด้วยกัน

3.โคลด มาเกเลเล่

Arsenal v Chelsea

ตลอด 5 ปีที่ลงเล่นกับ เชลซี กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสลงสนามใน พรีเมียร์ลีก ไป 144 นัดและเอาชนะไปได้ถึง 102 เกมหรือ 70.8%

แม้จะไม่ได้มีสไตล์การเล่นหวือหวาแต่เขาเองก็เป็นหัวใจหลักของทีมตลอดระยะเวลาที่เล่นอยู่จนหลายๆ คนพร้อมใจยกให้ขึ้นแท่นตำนานสโมสรด้วย

2.เปาโล แฟร์ไรรา – 72.3%

Chelsea v Manchester United – FA Community Shield

แฟร์ไรรา เป็นนักเตะคนแรกที่ โชเซ มูรินโญ ดึงมาร่วมทีม เชลซี เมื่อปี 2004 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ของสโมสรดังแห่งกรุงลอนดอนแห่งนี้

กองหลังชาวโปรตุกีสเล่นในสแตมฟอร์ดบริดจ์เป็นเวลา 9 ปี และสร้างสถิติชนะถึง 102 นัดจากการลงสนามในลีก 141 เกมพร้อมจบลงด้วยการคว้าแชมป์รายการนี้ได้ 3 สมัย

1.โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – 73.5%

Liverpool FC v AFC Bournemouth – Premier League

ซาลาห์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่เข้ามายกระดับ ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริงและเมื่อไหร่ที่เขาลงสนามทีมก็จะแพ้ยากมากถึงมากที่สุด

จากการลงสนามให้ หงส์แดง เกือบ 3 ฤดูกาลรวมถึงกับช่วงก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลาสั้นๆ กับ เชลซี ‘คิงออฟอียิปต์’ เล่นไปแล้ว 113 เกม ได้รับชัยชนะไป 83 เกมยิงได้ 72 ประตูพร้อมยังเป็นดาวซัลโวสองครั้ง

สนับสนุนโดย : ข่าวสโมสรฟุตบอลเชลซี

บรูโน่เผยคนสำคัญที่ทำให้เลือกย้ายซบแมนยู

แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องไปฟัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส เผยใครเป็นไอดอลที่ทำให้เลือกมาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา

บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้า ยูเวนตุส เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ตัวเองตัดสินใจเดินตามรอยย้ายจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาอยู่กับ “ปีศาจแดง” เหมือนที่รุ่นพี่ทีมชาติโปรตุเกส เคยทำเมื่อปี 2003

บรูโน่ เผยผ่าน สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาของอังกฤษ ก่อนนำทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ วัตฟอร์ด ในเกม พรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ว่า “ผมเป็นแฟนบอลของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เขาเป็นนักเตะที่ผมติดตามมาตลอด”

“ตอนที่ คริสเตียโน่ ย้ายมาระเบิดฟอร์มที่นี่ในแมนเชสเตอร์ เขามีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม และสนุกกับความสำเร็จมากมาย นั่นเป็นเหตุผลที่ผมมาเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมภาคภูมิใจมากที่ได้มาที่นี่ เนื่องจากมันทำให้ความฝันของผมตั้งแต่เด็กกลายเป็นจริง”

“ผมคิดว่า นักเตะทุกคนที่มาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการคว้าแชมป์ทุกอย่าง ผมต้องการคว้าแชมป์ทุกรายการที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งขัน ผมเป็นนักเตะที่มีความทะเยอทะยานต้องการประสบความสำเร็จ ผมต้องการเอาชนะทุกๆ เกมในทุกรายการที่เราเล่น” ดาวเตะโปรตุกีส กล่าว

เมื่อถูกถามว่าได้คุยกับ โรนัลโด้ ก่อนย้ายมาอยู่กับ “ปีศาจแดง” หรือไม่นั้น บรูโน่ ตอบว่า “ผมไม่ได้คุยกับเขาก่อนย้ายมาที่นี่ แต่คุยหลังจากผมมาร่วมทีมแล้ว ผมรู้ว่าเขาพูดถึงผมบ้าง และมีคำพูดที่ดี ดังนั้นผมจึงส่งข้อความไปขอบคุณเขา”

รายที่สอง? เชลซีจ่อปิดดีลคว้าเวซิโน่จากอินเตอร์

สาวก “สิงห์บลูส์” เตรียมเฮต่อเนื่องเมื่อล่าสุด เดลี่ เอ็กซ์เพรส สื่อแดนผู้ดี ระบุ เชลซี จ่อได้ตัว มัตธิอัส เวซิโน่ มิดฟิลด์ของ อินเตอร์ มิลาน มาร่วมทีมเต็มที หลังทั้งสองสโมสรตกลงค่าตัวนักเตะได้เป็นที่เรียบร้อย

เชลซี สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงคว้าตัว มัตธิอัส เวซิโน่ มิดฟิลด์ชาวอุรุกวัยของ อินเตอร์ มิลาน มาร่วมทีมแล้ว ตามรายงานจาก เดลี่ เอ็กซ์เพรสส์ สื่อชื่อดังของอังกฤษ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทีมของ แฟร้ง แลมพาร์ด เพิ่งจัดการเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ ฮาคิม ซิเย็ค มิดฟิลด์ทีมชาติโมร็อคโคจาก อาแจ็กซ์ มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักเตะย้ายมาเล่นให้ทีมในซีซั่นหน้า

กระทั่งล่าสุด เดลี่ เอ็กซ์เพรสส์ เปิดเผยว่า “สิงห์บลูส์” ใกล้ที่จะได้แข้งใหม่รายสองเสริมทัพในซีซั่นนหน้าต่อจาก ฮาคิม ซิเย็ค มิดฟิลด์โมร็อคโคที่ดึงมาจาก อาแจ็กซ์ หลังบรรลุข้อตกลงล่วงหน้ากับ เวซิโน่ ได้แล้ว โดยนักเตะจะมีค่าตัวราว 23 ล้านปอนด์ (ประมาณ 933 ล้านบาท)

สำหรับ เวซิโน่ ทำไป 2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 17 เกมในลีกฤดูกาลนี้ โดยเป็นตัวสำรองของ นิโคโล่ บาร์เลล่า และ มาร์เซโล่ โบรโซิช ในแผงมิดฟิลด์

Jose Mourinho

Jose Mourinho

อาจน้อยกว่าห้าปีนับตั้งแต่มูรินโญ่และเชลซีแยกทางกัน แต่มรดกของผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสจะเป็นสิ่งที่ยั่งยืน

ในฤดูกาลที่สามเต็มรูปแบบที่สโมสร Mourinho กลายเป็นผู้จัดการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรโดยรับหกถ้วยรางวัล (สองชื่อพรีเมียร์ลีก, FA FA สองถ้วยหนึ่งลีกคัพหนึ่งและโล่ชุมชนหนึ่ง) และผู้จัดการพรีเมียร์ลีกสองคนของปี รางวัลที่ได้รับ

เขาไม่เคยได้รับชัยชนะเหนือแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างที่เคยมีในสโมสรอื่น ๆ ส่วนใหญ่ แต่เวลาของมูรินโญ่ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ก่อตั้งสโมสรบลูส์ในฐานะสโมสรพลังอังกฤษ

บางทีถ้าเชลซีต้องมีผู้จัดการที่แข็งแกร่งซึ่งรักษาตำแหน่งไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่งและได้รับรางวัลหลายถ้วยตำนานของ Jose ก็จะน้อยลง

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปมากขึ้นกับหนึ่งในสิ่งที่ใกล้เคียงกับม้าหมุนเพื่อการจัดการชื่อเสียงของมูรินโญ่ที่เชลซียังคงเติบโต

Marcel Desailly

Marcel Desailly
Marcel Desailly

Desailly เข้ามาในจำนวนที่กำหนดไว้แล้วของเชลซี

เขาชนะแชมเปี้ยนส์ลีกกับมาร์เซย์และมิลานและเพิ่งชนะฟุตบอลโลกกับฝรั่งเศส

เมื่อมาถึง Blues, Desailly เข้ามาเป็นกัปตันและมีผลกระทบทันทีนำเชลซีไปสู่ยูฟ่าซูเปอร์คัพ FA Cup และ FA Charity Shield triumphs

การเป็นหุ้นส่วนหลังตรงกลางของเขากับ Frank Leboeuf เป็นหนึ่งในคู่ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของเชลซี

Desailly อาจจาก Chelsea ไปก่อนรุ่งโรจน์ของยุค Mourinho แต่ที่ปรึกษาของ John John Terry มีผลกระทบต่อสโมสรผ่านการมีส่วนร่วมโดยตรงของเขา

Pat Nevin

Pat Nevin
Pat Nevin

ในช่วงปี 1980 ความสามารถและฝีเท้าของ Pat Nevin นั้นเหนือชั้นกว่า Chelsea

เขาได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นของเชลซีสองครั้งในปีนั้นและได้รับรางวัลโปรโมตสำหรับบลูส์ในดิวิชั่นแรกในฤดูกาลแรกของเขากับสโมสร

การเล่นที่สนุกสนานและความสามารถอย่างมากของเขาในการสร้างเป้าหมายทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ

Steve Clarke

Steve Clarke เล่น 11 ปีและมี 330 นัดสำหรับเชลซีตั้งแต่ช่วงปลายยุค 80 ถึงปลายยุค 90

เขาน่าจะเป็นแบ็คขวาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบลูส์และช่วยสโมสรให้ได้สี่ถ้วยรางวัล

คล๊าร์คก็กลับไปที่สโมสรในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการของมูรินโญ่ระหว่างการแข่งขันระดับพรีเมียร์ลีก

Roberto Di Matteo

Roberto Di Matteo
FA CUP FINAL, WEMBLEY. CHELSEA V ASTON VILLA. PIC ANDY HOOPER.DI MATTEO WITH THE CUP

โรแบร์โตดิมัตเตโอเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แต่สถานะของเขาในฐานะตำนานนั้นน่าสงสัย

ในหกปีกองกลางช่วยให้บลูส์ถึงสองเอฟเอคัพ; ทั้งคู่เขาทำประตูชัยในรอบชิงชนะเลิศรวมถึงเวลาที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ถ้วยสุดท้าย (43 วินาที)

ดิมัตเตโอสมควรได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเชลซี แต่การหาประโยชน์ของเขาในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นสถานะของตำนาน

หลังจาก Andre Villas-Boas นำทีมไปสู่ตำแหน่งที่ไม่น่าพึงพอใจในลีกและการขาดดุลที่ผ่านไม่ได้ในการแข่งขัน Champions League Round รอบ 16, Di Matteo รับตำแหน่งผู้จัดการและนำ Blues มาเป็นผู้ดำเนินการแทน ลีกนัดชิงชนะเลิศ

RDM ควรรับตำแหน่งเต็มเวลาในฐานะผู้จัดการและสามารถเพิ่มมรดกของเขาจากที่นั่น

อย่างไรก็ตามหากเขาต้องเดินออกไปหลังจากการแข่งขันรอบสุดท้ายการกระทำของเขาในฐานะผู้จัดการและผู้เล่นที่เชลซีได้ทำให้เขาเป็นตำนานของบลูส์แล้ว