เนวิลล์ เชื่อ เชลซี มีลุ้นคว้าแชมป์ลีกมากกว่า สเปอร์ส …แล้วหงษ์แดงละ ?

แกรี่ เนวิลล์ อดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ กูรูลูกหนังชื่อดัง เชื่อว่า การทำผลงานที่สม่ำเสมอของ เชลซี จะทำให้พวกเขามีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ดีกว่าคู่แข่งอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ผลบอล : เชลซี vs สเปอร์ส !! เกปา ลงทัณฑ์ข้างสนาม สิงห์บลู เปิดบ้านตบ ไก่  ดิ้น 2-0

ปัจจุบัน “ไก่เดือยทอง” กำลังนำเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ ด้วยการเก็บไปแล้ว 24 แต้ม จากการแข่งขัน 11 นัด โดยมีคะแนนเท่ากับ แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล แต่ประตูได้เสียดีกว่า ขณะที่ เชลซี ไล่ตามมาเป็นอันดับ 3 มี 22 แต้ม

ทั้งนี้ เนวิลล์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทีมที่มีลุ้นแชมป์ว่า ถึงแม้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะรั้งจ่าฝูงอยู่ แต่ เชลซี ก็กำลังทำผลงานได้ดีเช่นเดียวกัน ซึ่งพวกเขาทำคะแนนตามหลังอยู่เพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือชาวอังกฤษ ก็ปรับเปลี่ยนทีมได้ดีขึ้นมากๆ จากซีซั่นที่แล้ว โดยเฉพาะเกมรับ โดยนั่นจะทำให้พวกเขากลายเป็นสโมสรที่ขยับขึ้นมาเบียดลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้ได้

“เชลซี สร้างความประทับใจให้ผม พวกเขามีโอกาสจริงๆ ผมคิดว่า เชลซี มีโอกาสมากกว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในตำแหน่งแชมป์” เนวิลล์ กล่าวผ่าน The Gary Neville Podcast

“พวกเขามี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ พวกเขามี ติอาโก้ ซิลวา ผู้เล่นที่สามารถนำทางพวกเขาไปถึงแชมป์ได้ พวกเขามีผู้เล่นที่ดีหลายคนอยู่ในทีม และผู้เล่นที่สามารถปรับเปลี่ยนเกมได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขาเป็นภัยคุกคามที่แท้จริงต่อคู่แข่งในปีนี้”

“พวกเขาชนะ เซบีย่า 4-0 จากนั้นก็ชนะ ลีดส์ พวกเขาสามารถปรับเปลี่ยนทีมได้เป็นอย่างดี และเป็นทีมที่สามารถรับมือกับสิ่งที่ แลมพาร์ด ต้องการให้พวกเขาทำได้”

ฮือฮา!แฉเคนยอมซบ1ทีมร่วมลีกดีกว่าทนอยู่สเปอร์ส

แมนฯ ยูไนเต็ด ดีกว่าต้องทนเล่นกับ สเปอร์ส ในสภาพที่ต้องสร้างทีมกันขึ้นมาใหม่ แถมถ้า “ไก่เดือยทอง” อดได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า เคน ก็จะต้องการบอกลาทีมมากขึ้น
แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนเก่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สนใจย้ายไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากกว่าการอยู่กับ “ไก่เดือยทอง” ต่อไป ในช่วงที่ สเปอร์ส จำเป็นต้องสร้างทีมขึ้นมาใหม่ ตามรายงานของ โกล สื่อแวดวงฟุตบอลรายหนึ่ง

เคน สามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำทุกฤดูกาลนับตั้งแต่ที่ได้รับโอกาสให้เป็นตัวจริงของ สเปอร์ส อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ได้รับการยกย่องอย่างมาก แต่เขาก็ยังไม่เคยได้แชมป์ร่วมกับทีมเลย จนทำให้มีข่าวลือบ่อยๆ ว่าเจ้าตัวอาจจะย้ายทีมเพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จบ้าง เป็นที่เชื่อกันว่าในช่วงซัมเมอร์นี้ สเปอร์ส จำเป็นต้องสร้างทีมกันขึ้นมาใหม่ตามความต้องการของ โชเซ่ มูรินโญ่ หลังจากฤดูกาล 2020-21 จะเป็นซีซั่นแรกที่ มูรินโญ่ ได้คุมทีมแบบเต็มฤดูกาล แต่ เคน ก็ไม่ต้องการรอจนกว่าที่การทำทีมชุดใหม่จะเสร็จสิ้นอีกแล้ว และถ้าหากสุดท้ายแล้วซีซั่นนี้ สเปอร์ส ไม่สามารถคว้าตั๋วลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าได้ มันก็จะทำให้ เคน อยากย้ายทีมมากขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานมาก่อนแล้วว่า เคน เตรียมที่จะพิจารณาอนาคตของตัวเองในช่วงซัมเมอร์นี้ ขณะที่ สเปอร์ส ก็จะเรียกค่าตัวเป็นเงินมากกว่า 150 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,000 ล้านบาท) ถ้าหากต้องยอมขายเขาจริงๆ โดยถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มาคุมทีมแล้วนั้น พวกเขาก็น่าจะมีโอาสได้ เคน มาร่วมทีมมากขึ้นไปอีก หลังจากทั้งคู่สนิทกันสุดๆ ตอนร่วมงานกันที่ สเปอร์ส

บรรลุข้อตกลง!วานยาม่าอำลาสเปอร์สซบทีมอองรี

สเปอร์ส บอกเอง วิคเตอร์ วานยาม่า มิดฟิลด์ชาวเคนยา ลาทีมไปซบ มอนทรีอัล อิมแพ็คท์ เรียบร้อย แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าค่าตัวอยู่ที่เท่าไหร่
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศว่าพวกเขาบรรลุข้อตกลงกับ มอนทรีอัล อิมแพ็คท์ สโมสรในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) สหรัฐอเมริกา ถึงเรื่องการขาย วิคเตอร์ วานยาม่า กองกลางชาวเคนยาให้อีกฝ่ายแล้ว

ฤดูกาลนี้ วานยาม่า กลายเป็นส่วนเกินของทีมอย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากได้ลงเล่นเพียง 4 นัดในทุกรายการ ซึ่งตั้งแต่ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาคุม สเปอร์ส เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เขาก็ได้รับโอกาสลงสนามไปเพียงนัดเดียว นั่นคือเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดที่ สเปอร์ส แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-3 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยวันนั้นเขาถูกเปลี่ยนลงสนามในช่วง 9 นาทีสุดท้าย

สำหรับ วานยาม่า นั้น ลงเล่นให้กับ สเปอร์ส ไปทั้งหมด 97 นัดในทุกรายการ หลังย้ายมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2016 ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ (ประมาณ 440 ล้านบาท) โดยไม่มีการเปิดเผยว่า อิมแพ็คท์ จ่ายไปเท่าไหร่เพื่อดึงเขาไปร่วมทัพ แต่การย้ายทีมในครั้งนี้ก็จะทำให้แข้งวัย 28 ปี ได้ร่วมงานกับ เธียร์รี่ อองรี ตำนานกองหน้าของ อาร์เซน่อล ที่ตอนนี้เป็นกุนซือของ อิมแพ็คท์ อยู่

ทั้งนี้ ถึงแม้ตลาดการเสริมทัพรอบ 2 ของ พรีเมียร์ลีก จะปิดตัวไปเมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่มันจำกัดแค่ว่าทุกทีมใน พรีเมียร์ลีก ห้ามซื้อนักเตะคนไหนมาร่วมทีมเพิ่มเท่านั้น และแต่ละทีมยังสามารถขายนักเตะให้ทีมในประเทศที่ตลาดยังเปิดทำการอยู่ได้ ซึ่งตลาดการเสริมทัพรอบแรกของลีกแดนลุงแซมอยู่ระหว่างวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 5 พฤษภาคมนี้

ขอด้วย!มูรินโญ่เอาฮาอยากรู้จะได้แชมป์ลีกแทนหรือไม่

โชเซ่ มูรินโญ่ พูดแบบเอาฮาว่าอยากรู้ว่าตนจะได้แชมป์ลีกร่วมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในซีซั่น 2017-18 แทนที่ แมนฯ ซิตี้ รึเปล่า พร้อมบอกว่ายังไม่สนเรื่องที่ทีมในอันดับ 5 ของซีซั่นนี้จะได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า
โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พูดแบบติดตลกว่าตนอยากรู้ว่าถ้าเกิด พรีเมียร์ลีก ลงโทษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วนั้น มันจะถือว่าตนได้แชมป์ลีกเมื่อฤดูกาล 2017-18 ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทนรึเปล่า

หลังจากที่ แมนฯ ซิตี้ โดนสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ตัดสินว่ามีความผิดฐานโกหกเรื่องรายรับ จนทำให้โดนแบนจากการลงเล่นรายการระดับทวีปยุโรปเป็นเวลา 2 ฤดูกาลแล้วนั้น มันก็มีกระแสข่าวตามมาทันทีว่า พรีเมียร์ลีก เตรียมที่จะลงดาบ “เรือใบสีฟ้า” เหมือนกัน ซึ่งหนึ่งในข่าวเกี่ยวกับเรื่องนั้นคือรายงานที่บอกว่า แมนฯ ซิตี้ อาจจะโดนริบแชมป์ลีกในฤดูกาล 2013-14 เพราะคดีความของพวกเขากับกฎควบคุมการเงินมันเริ่มขึ้นในช่วงนั้น

มูรินโญ่ เผยว่า “ผมไม่เคยเสียเวลามานั่งวิเคราะห์สิ่งที่ ยูฟ่า ต้องเป็นฝ่ายวิเคราะห์แม้แต่วินาทีเดียว ถ้าผมทำอย่างนั้นแล้วน่ะ ผมก็คงต้องขอถามว่าทีมที่เป็นอันดับ 2 ในปี 2018 จะได้แชมป์รึเปล่า ? มันคงจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลย”

ทั้งนี้ มันมีการระบุด้วยว่าทีมที่ได้อันดับ 5 ของ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ อาจจะได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก แทนที่ แมนฯ ซิตี้ ในซีซั่นหน้า ถ้าหาก แมนฯ ซิตี้ อุทธรณ์เรื่องนี้กับศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ไม่ผ่าน แต่ มูรินโญ่ บอกว่ายังไม่ได้คิดไกลถึงขั้นนั้น “เอาล่ะ อันนี้ผมจะพูดแบบไม่เล่นมุกแล้วนะ ตอนนี้ผมแค่รอดูอย่างใจเย็นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นที่ 4 หรือที่ 5 ผมก็แค่คิดเกี่ยวกับการทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งเราเก็บแต้มได้มากเท่าไหร่เราก็จะมีอันดับดีขึ้นมากเท่านั้น พอจบฤดูกาลแล้วเราก็จะมารู้กันว่าเราจะได้เป็นอันดับที่เท่าไหร่ ถ้าทีมที่ได้อันดับ 5 ได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เรากลับจบฤดูกาลด้วยการเป็นที่ 6 หรือ ที่ 7 มันก็จะไม่มีความสำคัญใดๆ ทั้งนั้น”